วันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2551

คุณรู้หรือไม่....


ไปรษณียบัตรใบแรกของประเทศไทยออกจำหน่ายเมื่อประมาณวันที่ 4 สิงหาคม 2426ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวราคา 1 อัฐ ออกแบบโดยนาย William riggewayพิมพ์ในประเทศอังกฤษ จำนวน 200,000 แผ่น นำออกใช้ 80,000 แผ่นขนาด ความกว้าง 11.95 - 12.35 ซม. ความสูง 7.35 - 7.65 ซม.

กราบขออภัยทุกท่านด้วยครับ

เนื่องจากอาทิตย์นี้งานชุกมาจริงๆครับประกอบด้วยตัวผมเองก็เป็นไข้ด้วยครับ อาทิตย์นี้ผมจึงยังไม่ได้ทำการอัพบลอคจึงขอกราบขออภัยทุกท่านมาณที่นี้ด้ววยครับ

วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2551

บทความนี้ผู้ปกครองควรพิจารณานะครับ

(ตด)และการจัดระเบียบในการ(ตด)
ข้อห้ามในการตด
1.ไม่ควรตดมีเสียง
2.ไม่ควรตดซ้ำกลิ่นเดิม(เพื่ออำพรางกลิ่น)
3. ไม่ควรอั้นอุจาระเป็นเวลานานเกินกว่าสามวันเพราะมันจะทำให้ตดเพิ่มดีกรีความเหม็นยิ่งขึ้น
4.ไม่ควรตดในที่แคบๆ หรือในที่อากาศท่ายเทได้ไม่สะดวก
5.ไม่ควรตดในขณะรับประทานอาหารหรือในโรงหนัง(ยิ่งหนังผียิ่งไม่สมควรตดเป็นอย่างยิ่งครับ)
6.ไม่ควรตดใส่ไมค์โครโฟน(เพราะจะทำให้เสียงดังเกินควร)
สถานที่ควรตด
1.สถานที่มีป้ายให้ตด
2.งานคอนเสิร์ต แนะนำให้เป็นพวกวงร็อคเฮฟวี่เมททัลที่มีตนตรีที่หนักน่วง หรือไม่ก็วงฮาร์ทคอร์ที่ชอบตะโกนแหกปากโหวกเหวกตามสมัยนิยม
3.สระว่ายน้ำ เน้นน้ำลึกเพื่อป้องกันการผุดขึ้นมาของฟองอากาศ
4.การแข่งขันการวิ่งมาราธอน วิ่งไปตดไปช่วยเพิ่มแรงดันทำให้วิ่งได้เร็วขึ้น
วิธีสร้างระเบียบในการตดที่ดี
1.ตดในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หรือตดในที่ที่มีลมพัดแรง เพื่อให้ลมนั้นพัดกลิ่นตดที่จับกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนนั้นแยกกระจายออกจากกันไปตามทิศทางของลม
2.ให้เราใช้มือเป็นตัวช่วยได้ในกรณีที่สถานที่นั้นๆมีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก หรือลมไม่แรงพอ ให้เราใช้มือปัดไล่กลิ่นที่ตูดของตัวเองให้พ้นจากตัวเรา หลังจากเพิ่งตดเสร็จหมาดๆ
3.ในสถานะการณ์ที่เราอั้นอุจจาระเกินกว่าสามวันหรือคิดว่าตดแล้วน่าจะเหม็นอย่างไม่น่าให้อภัยเมื่อเราตดออกไปแล้วให้รีบเดินหนี กระชากตัวออกมาจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่เท่าที่จะทำได้ทำเหมือนมีธุระด่วนต้องรีบไปเพื่อกลบเกลื่อนหลักฐาน
4.การตดในที่แคบๆอย่างเช่นในลิฟ ข้อควรระวังก็คือกลิ่นอาจจะไม่สามารถระบายออกได้ดีเท่าไหร่นักเวลาที่เราตดควรจะตดที่ละน้อยแต่พองาม ให้เรายัดหลักประหยัดมัธยัสและอดออม ตดหนึ่งส่วนและเก็บออมไว้ใช้ยามฉุกเฉินอีกสองส่วน เมื่อเราแบ่งตดได้เป็นสามส่วนตามขั้นตอนดังกล่าวแล้ว ให้เราเบ่งแค่เศษหนึ่งส่วนสามของจำนวนตดทั้งหมด เมื่อตดแล้วให้รีบดมให้หมดโดยเร็ว หรือไม่ก็สะกิดคนข้างๆให้ช่วยสูดตดของเราก็ได้ไม่ว่ากัน
4.1.กรณ๊ที่เราไม่สามารถกลั้นตดได้จริงๆ (กรณีที่ยังอยู่ในลิฟ)ให้มันทะลึ่งออกมาโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น ปล่อยมันออกมาทั้งสามส่วนตามแต่สมควร เมื่อตดแล้วให้เราหันไปมองคนข้างๆด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยามในพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของเขา เอามืออุดจมูกแล้วส่ายหน้า ทำเป็นเหมือนว่าตดที่เพิ่งออกไปเมื่อครู่นั้นไม่ได้ออกจากตูดของเรา ให้คนอื่นมองว่าเขาเป็นคนตด
4.1.1.ถ้าเราคิดว่าทำตามข้อ 4.1 ได้ยังไม่เนียนหรือยังไม่ดีพอ ผมแนะนำให้ท่านไปเรียนการแสดงช่องสามครับ ไปเรียนแอ็คติ๊งซ่ะจะได้ทำเสแสร้งได้อย่างสมบทบาท(เผลอๆอาจได้รับรางวัลตุ๊กตาทองอีกต่ะหาก)
5.ถ้าเราเป็นบุคคลที่รักการตดเสียงดังเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแก้ไม่หายเสียที คำแนะนำที่ดีสำหรับคนที่ตดไม่เก็บเสียงก็คือการใช้เสียงกลบเสียงตด(มีแบบนี้ด้วยเหรอ) ให้เราใช้การตะโกนหรืออุทานหรือทำอะเสียงอะไรก็ได้เพื่อให้ดังกว่าเสียงตด ยกตัวอย่างเช่น
(กรณีผู้ชาย) ขณะที่เราปวดตดมากแต่พบเพื่อนโดยบังเอิญ ให้เราตะโกนออกไปทันทีว่า เฮ้ย............พร้อมกับเสียงตดของเรา...คำนวณระยะเวลาการตดให้พอดีกัน... "เฮ้ย....พร้อมกับ..ปู้ด ตู้มหรือบึ้ม(แล้วแต่ตูดใครถนัดเสียงไหนก็ใช้เสียงตามเอกลักษญ์เฉพาะตัว)....ไปไหนมาว่ะเพื่อน"
(กรณีเป็นผู้หญิง)เสียงตดของผู้หญิงนั้นจะมีเอกลักษญเฉพาะตัวที่โดดเด่นมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนโยนและค่อนข้างมีระเบียบมากกว่าผู้ชาย ยกตัวอย่างเช่นแกล้งทำของอะไรซักอย่างร่วงพร้อมกับอาการปวดตดอย่างแรงกล้า อุ๊ยตาย.....วี๊ด... ปู๋..หรือไม่ก็ วิ้ววี้ด......แม่หกตกหาย(ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะอุทานเช่นนี้) ข้อควรระวังในกรณีนี้ก็คือการกะจังหวะตดให้พอดีกับเสียงครับ ทางที่ดีเราควรจะหมั่นซ้อมให้บ่อยครับ เผื่อเอาไว้ใช้แก้สถานะการณ์เฉพาะหน้าเมื่อมันเกิดขึ้นจริง เห็นไหมล่ะครับการจัดระเบียบการตดที่ดีนั้นไม่ยากเลยใช่ไหมครับ การตดที่ดีนั้นทำให้ชีวิตมีความสุขได้ การตดที่ไม่ต้องเบียดเบียนผู้อื่น แต่ก็ไม่ต้องเผื่อแผ่ผู้อื่น ตดให้ดีนั้นไม่ยากเลยครับถ้าเรารู้จักการตดที่ดี จำไปใช้ไม่ว่ากัน
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ตดให้เร็ว ตดให้ไว ตดได้ให้ล้านนึง
ถ้าริจะเอาดีทางด้านการตดก็ควรไปลงกินเนสบุคครับทำสถิติการตดให้เหม็นที่สุดหรือดังที่สุดก็ได้
คำเตือน ล้างลำใส้ทุกครั้งเมื่อคิดจะตด

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ศาลให้ประกันตัว‘ทักษิณ' 8 ล้าน-นัดพิจารณาคดี12มี.ค.


28 ก.พ.) ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 1 เข้ามอบตัวต่อศาลในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.45 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดง ที่ อม.1/2550 มาส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามหมายจับเลขที่ 1/2550 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี พร้อมยื่นหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากจำนวน 8 ล้าน เพื่อขอประกันตัวอย่างไรก็ตาม หลังศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จำเลยที่ 1 โดยตีราคาหลักประกัน 8 ล้านบาทถ้วน พร้อมทำสัญญาประกัน ยึดสมุดเงินฝาก แจ้งอายัด และเพิกถอนหมายจับ พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ ห้ามจำเลยที่ 1 เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตจากศาล และห้ามทำการใดๆ อันจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดี มิฉะนั้นจะถอนประกันทันที ทั้งนี้ ศาลฎีกาฯ กำหนดวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 12 มี.ค.นี้ เวลา 09.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับการประกันตัวก็เดินทางออกจากศาลฏีกาฯ ในทันที เพื่อไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีปกปิดโครงสร้างหุ้น เอสซี แอสเซทฯ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

คุณรู้จักกาแฟดีแค่ไหน


กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ทำจากเมล็ดกาแฟคั่วซึ่งได้จากต้นกาแฟ นิยมดื่มร้อนๆ แต่สามารถดื่มแบบเย็นได้ด้วย บางครั้งนิยมใส่นมหรือครีมลงในกาแฟด้วย ในกาแฟหนึ่งถ้วยมีคาเฟอีนอยู่ประมาณ 80-140 มิลลิกรัม กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับชาและน้ำ นอกจากนี้ กาแฟยังเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีการส่งออกมากเป็นอันดับที่หกของโลก เชื่อกันว่ากาแฟถูกค้นพบครั้งแรกโดยเด็กเลี้ยงแพะชาวอาบิสซีเนีย (ประเทศเอธิโอเปียในปัจจุบัน) ชื่อคาลดี จากการสังเกตพบว่า แพะดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นเมื่อกินผลไม้สีแดงของต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งก็คือต้นกาแฟนั่นเอง ในช่วงก่อนศตวรรษที่ 16 กาแฟถูกปลูกโดยชาวอาหรับเท่านั้น คำว่ากาแฟ เป็นคำที่มาจากคำว่า "เกาะหฺวะหฺ" ในภาษาอาหรับ แล้วเพี้ยนเป็น กาห์เวห์ ในภาษาตุรกี ก่อนที่จะกลายเป็น คอฟฟี ในภาษาอังกฤษ และกาแฟ ในภาษาไทย ชาวอาหรับหวงแหนพันธุ์กาแฟมาก จึงส่งออกเฉพาะเมล็ดกาแฟที่คั่วสุกแล้วเท่านั้น แต่ในที่สุดเมล็ดกาแฟก็ออกมาสู่โลกกว้าง โดยการลักลอบนำออกมาโดยชาวอินเดียที่ไปแสวงบุญที่เมกกะ และก็ได้แพร่ขยายไปยังชวา เนเธอร์แลนด์ และทั่วยุโรปในที่สุด สำหรับทวีปอเมริกานั้น ต้นกาแฟถูกนำไปอย่างยากลำบาก โดยทหารเรือฝรั่งเศสในต้นศตวรรษที่ 18 ในครั้งแรกนั้น มีต้นกาแฟที่เหลือรอดชีวิตบนเรือมาขึ้นฝั่งอเมริกาได้เพียง 1 ต้น และก็ได้แพร่ขยายเพิ่มขึ้น จนปัจจุบันดินแดนแห่งนี้ ได้กลายเป็นดินแดนที่ปลูกกาแฟมากที่สุดในโลก
ชนิดของเมล็ดกาแฟ
กาแฟมีมากกว่า 6,000 พันธุ์ แต่พันธุ์หลักๆ ที่ได้รับความนิยมมี 2 พันธุ์ ได้แก่ อาราบิก้า (Arabica) ซึ่งเป็นกาแฟแบบดั้งเดิม และมีรสชาติดี และ โรบัสต้า (Robusta) ซึ่งมีปริมาณคาเฟอีนสูง และสามารถปลูกในที่ที่ปลูกอาราบิก้าไม่ได้ (คำว่า robust ในภาษาอังกฤษ แปลว่า ทนทาน) ด้วยความที่มีความทนทานมากกว่านี้เอง จึงทำให้กาแฟโรบัสต้ามีราคาถูกกว่า แต่ผู้คนนิยมดื่มไม่มากนักเนื่องจากมีรสขมและเปรี้ยว ส่วนโรบัสต้าที่มีคุณภาพดีมักถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมของเอสเพรสโซ่ แบบผสม (เอสเพรสโซ่มีสองแบบใหญ่ๆ คือแบบที่เป็นอาราบิก้าแท้ๆ กับแบบที่ผสมกาแฟชนิดอื่นๆ)
กาแฟอาราบิก้ามักจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามชื่อท่าเรือที่ใช้ส่งออก ท่าเรือที่เก่าแก่ที่สุดสองที่ได้แก่ ม็อคค่า (Mocha) และ ชวา (Java) กาแฟในปัจจุบันยิ่งมีความเจาะจงในที่ปลูกมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องมีการระบุถึงประเทศ ภูมิภาค และบางครั้งต้องบอกว่าปลูกที่พื้นที่บริเวณไหนเลยทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟอาจจะถึงกับต้องประมูลกาแฟกัน โดยดูว่าเป็นล็อตหมายเลขเท่าใด กาแฟชนิดโรบัสต้าที่มีมูลค่าสูงที่สุดชนิดหนึ่งได้แก่ โกปิ ลูวัค (Kopi Luwak) ของอินโดนีเซีย เมล็ดของกาแฟชนิดนี้ถูกเก็บขึ้นมาจากมูลของชะมด (Common Palm Civet) (ตระกูล Paradoxirus) ซึ่งกระบวนการย่อยภายในร่างกายชะมดทำให้ได้รสชาติที่ดีเป็นพิเศษ เรียกเป็นภาษาไทยว่า กาแฟขี้ชะมด
แหล่งผลิตกาแฟที่มีชื่อเสียง
จาไมกา เป็นแหล่งผลิตกาแฟที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก บลูเมาน์เทน ซึ่งปลูกบนยอดเขาสูง ผลผลิตเกือบทั้งหมดถูกส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น และที่เหลืออีกเล็กน้อยถูกส่งไป สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, และเยอรมนี ยี่ห้อที่มีชื่อเสียงคือ ไฮเมาน์เทนซูพรีม (Hign Mountain Supreme) และ ไพรม์วอชท์จาไมกัน (Prime Washed Jamaican)
บราซิล ผลิตกาแฟเป็นอันดับ 1 ของโลก ยี่ห้อมีชื่อคือ บราซิเลียน ซานโตส (Brazillian Santos)
โคลัมเบีย ผลิตกาแฟเป็นอันดับ 2 ของโลก กาแฟที่มีชื่อคือ ซูรีโม (Suremo)
ฮาวาย กาแฟขึ้นชื่อคือ โคน่า (Kona)
อินโดนีเซีย
ชวา วิธีการเฉพาะของที่นี่คือ การบ่มในโกดังพิเศษเพื่อให้เมล็ดกาแฟเปลี่ยนสี และมีรสชาติที่ดี
สุมาตรา ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า กาแฟแมนเฮลิงและอันโกลาของชวา มีรสชาติดีกว่าบลูเมาน์เทนและโคน่าเสียอีก
อินเดีย มีกาแฟรสชาติเฉพาะตัว ชื่อมอนซูน มาลาบาร์ (Monsooned Malabar)
เอธิโอเปีย ประชากร 1 ใน 4 ของประเทศมีรายได้จากอุตสาหกรรมกาแฟ กาแฟที่นี่มีลักษณะเฉพาะเนื่องจากมีกาแฟป่าปะปนอยู่ แต่นี่ก็เป็นสาเหตุให้รสชาติมีความไม่แน่นอนสูงด้วยเช่นกัน กาแฟที่มีชื่อเสียงคือ ฮารา ลองเบอรี่ (Harrar Longberry) , ซีดาโม (Sidamo) , และคาฟฟา (Kaffa)
เคนยา พิถีพิถันเรื่องคุณภาพมาก กาแฟที่มีคุณภาพที่สุดคือ "เคนยา AA"
เวียดนาม ส่งออกกาแฟได้เป็นอันดับ 3 ของโลก
สำหรับประเทศไทยปลูกกาแฟโรบัสต้า ร้อยละ 98 โดยมากปลูกทางภาคใต้เช่น กระบี่ และชุมพร อีกประมาณร้อยละ 2 เป็นกาแฟอราบิก้าซึ่งปลูกมากตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือ กาแฟที่มีชื่อเสียงของไทยได้แก่ กาแฟดอยช้าง ซึ่งปลูกบนดอยช้าง จังหวัดเชียงราย ถือว่าเป็นกาแฟได้จากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล และรสชาติดีเทียบเคียงกับกาแฟที่มีชื่อเสียงของโลก
กาแฟประเภทต่างๆ
กาแฟดำ ชงด้วยวิธีการหยดน้ำ อาจเป็นแบบให้น้ำซึมหรือแบบเฟรนช์เพรส เสิร์ฟโดยไม่ใส่นม อาจเติมน้ำตาลได้ ผู้คนมักเข้าใจผิดว่ากาแฟดำกับเอสเพรสโซเป็นอย่างเดียวกัน แต่ที่จริงแล้วกาแฟทั้งสองชนิดมีข้อแตกต่างกันหลายข้อ ข้อที่สำคัญคือ ถ้วยเสิร์ฟของเอสเพรสโซมีขนาดเล็กกว่า เพราะนิยมดื่มให้หมดในอึกเดียว
ปกติแล้วเอสเพรสโซจะไม่ใส่น้ำตาลหรือนม และคนไม่นิยม เอสเพรสโซที่ชงถูกวิธีจะต้องมีฟองสีทองลอยอยู่ด้านบน รสชาติของเอสเพรสโซจะติดปากหลังจากดื่มนานกว่า (15-30 นาที)
กาแฟขาว (White coffee) เป็นกาแฟที่เติมนมเข้าไปหลังจากทำเสร็จ อาจเติมน้ำตาลด้วยก็ได้
คาปูชิโน ประกอบด้วยเอสเพรสโซ, นมร้อน, และฟองนม ในสัดส่วนเท่าๆ กัน ให้รวมมีปริมาตร 4.5 ออนซ์ (เสิร์ฟในถ้วยขนาด 5 ออนซ์) ปกติจะตกแต่งด้วยผงอบเชย ลูกจันทน์เทศ (nutmeg) หรือโกโก้
ลาเต้ เป็นเอสเพรสโซผสมนมร้อน ปกติมักโปะข้างบนด้วยฟองนม ความเข้มข้นไม่มากเท่าคาปูชิโนเนื่องจากใส่นมเยอะกว่า (ลาเต้ เป็นภาษาอิตาลีแปลว่านม ในอิตาลีเรียกลาเต้ว่า Caffè e latte หรือ caffelatte) Café au lait คล้ายลาเต้ยกเว้นใช้การชงด้วยการหยดแทนเอสเพรสโซ พร้อมด้วยนมในปริมาณที่เท่าๆ กัน อาจเติมน้ำตาลตามชอบ
อเมริกาโน ทำจากเอสเพรสโซ (หลายๆ ช็อต) กับน้ำร้อน เพื่อให้มีความเข้มข้นเท่ากับกาแฟที่ได้จากการชงแบบหยด แต่มีรสชาติต่างกัน
กาแฟเย็น มักเสิร์ฟพร้อมนมกับน้ำตาล
กาแฟแต่งกลิ่นและรส (Flavoured coffee) บางสังคมมักนิยมแต่งกลิ่นและรสกาแฟ ช็อกโกแลตเป็นสิ่งหนึ่งที่นิยมเติมกัน อาจโดยการโรยข้างบน หรือผสมเข้ากับกาแฟ เพื่อเลียนแบบรสชาติของมอคค่า รสอื่นๆ ที่นิยมเติมได้แก่เครื่องเทศต่างๆ เช่น อบเชย, ลูกจันทน์เทศ (nutmeg) , กระวาน, และน้ำเชื่อมอิตาเลียน (Italian syrups)
กาแฟไอริช คือกาแฟที่ชงแล้วผสมด้วยวิสกี้ และมีชั้นของครีมอยู่ข้างบน
กาแฟกรองมัทราสตีฟอง/กาแฟกรองอินเดีย (มัทราส) (Indian (Madras) filter coffee) นิยมทั่วไปทางภาคใต้ของอินเดีย ทำจากกากกาแฟหยาบๆ ที่ได้จากเมล็ดที่ถูกอบจนไหม้ (อาราบิกา, พีเบอร์รี (PeaBerry)) ชงด้วยวิธีหยดประมาณสองถึงสามชั่วโมง ในตัวกรองโลหะแบบของอินเดียโดยเฉพาะ ก่อนที่จะนำไปเสิร์ฟกับนมและน้ำตาล โดยปกติมักมีสัดส่วนกาแฟหนึ่งนมสาม
กาแฟสไตล์เวียดนาม เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้จากการชงแบบหยด ชงโดยการหยดน้ำผ่านตะแกรงโลหะลงไปในถ้วย ซึ่งมีผลให้ได้น้ำกาแฟเข้มข้น จากนั้นนำไปเทผ่านน้ำแข็งลงไปในแก้วที่เติมนมข้นหวานไว้ก่อนแล้ว เนื่องจากการชงกาแฟประเภทนี้ใช้กากกาแฟปริมาณมาก จึงทำให้การชงกินระยะเวลานาน
กาแฟกรีก หรือ กาแฟตุรกี ชงด้วยการต้มกากกาแฟละเอียดกับน้ำพร้อมกันในไอบริก ซึ่งเป็นหม้อทำจากทองเหลืองหรือทองแดงมีด้ามยาวและเปิดด้านบน เมื่อชงเสร็จ ก็จะนำไปรินลงในด้วยเล็กๆ โดยไม่กรองกากกาแฟออก ตั้งกาแฟทิ้งไว้สักพักก่อนดื่ม มักเติมเครื่องเทศและน้ำตาลด้วย
โกปิทูบรูค (Kopi tubruk) เป็นกาแฟสไตล์อินโดนีเซียลักษณะเหมือนกับกาแฟกรีก แต่ชงจากเมล็ดกาแฟหยาบ และต้มพร้อมกับน้ำตาลปอนด์ปึกใหญ่ๆ นิยมดื่มในชวา, บาหลี, และบริเวณใกล้เคียง
กาแฟผงพร้อมชง (Instant coffee) เป็นกาแฟที่ถูกตากจนแห้งกลายเป็นผงหรือเม็ดเล็กๆ ซึ่งละลายน้ำได้ มันมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากกาแฟสดและวิธีการชงก็แตกต่างกันด้วย ความเห็นต่อกาแฟประเภทนี้มีตั้งแต่ "ของเลียนแบบที่สุดจะทนดื่มได้" ไปจนถึง "ทางเลือกที่ดี" และ "ดีกว่าของแท้" ในประเทศที่มันได้รับความนิยม มักจะเรียกมันว่า "กาแฟปูโร (Café Puro) " ในฐานะที่มันเป็นที่ขยาดของพวกเซียนกาแฟ

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

50 ร้านอร่อย ที่ต้องลอง! ! ! [เมนูหม่ำ ใน กทม.]

1. โจ๊กสามย่าน : ถามใครๆ ก็บอกว่า ทีเด็ดอยู่ที่หมูหมักก้อนกลมกล่อม ประกอบกับเปิดขายเฉพาะช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน และช่วงเย็นประมาณ หลังเลิกเรียนพอดี เลยกลายเป็น เสบียงให้นิสิตอิ่มท้องจนเรียนจบมาแล้วนักต่อนัก
2. ข้าวราดแกงวัดเล่งเน่ยยี่ : ในซอยมังกร ข้างวัดเล่งเน่ยยี่ถนนเจริ­กรุง ขึ้นชื่อในแกงประเภทแกงกะทิ โดยเฉพาะแกงเนื้อ..มาขายตั้งแต่ประมาณ 16.00น. เป็นต้นไป
3. โจ๊กหม้อดิน ซอยมหาดไทย : ใช้หม้อดินมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เพราะหม้อดินเป็นภาชนะธรรมชาติ ปลอดสารพิษเวลาโดนความร้อน แถมเก็บ ความร้อนไว้ได้นาน เนื้อหมูใช้หมูที่ไม่มีมัน ส่วนข้าวก็ใช้ข้าวหอมมะลิ ปัจจุบันเปิดขายแฟรนไชส์ แบ่งปันกำไรและความอร่อยกันให้ทั่วๆ สนใจ ติดต่อที่ โทร 934-3995
4. ข้าวขาหมูสีลม : อยู่ในซอยตรงข้างโรงพยาบางเลิดสิน คนแถวนั้นรู้จักในนามขาหมูโกโก้ ใครอยากมาลองต้องรีบมาช่วงเที่ยง หลังบ่ายโมง ไม่รับประกัน เพราะจะขายหมดเร็วมาก
5. ข้าวมันไก่ตอนประตูน้ำ : นอกจากข้าวและไก่จะมีรสดีได้มาตรฐานแล้ว ที่ใครๆออกปากเห็นจะเป็นน้ำซุปร้อนๆ หอมและหวานน้ำต้มกระดูกไก่
6. ข้าวหมูแดงสีมรกต : ไม่ต้องสงสัยว่าข้าวหมูแดงทำไมเป็นสีเขียว..จริงๆ แล้วคือนามสกุลเจ้าของร้าน มีทีเด็ดตรงที่ทุกอย่างล้วนผ่านกรรมวิธีการย่าง ย่างมาตลอดสี่สิบกว่าปี ร้านอยู่ในตรอกโรงหมู ตรงข้ามวัดไตรมิตร ขายเวลา 11.30น.-22.00น
7. ข้าวขาหมูเหม่งจ๋าย : จากแยกเหม่งจ๋ายมุ่งหน้ามาทางที่จะทะลุถนนเลียบทางด่วน จะเห็นร้านอาหารหลายร้านอยู่ด้านขวามือ ข้าวขาหมูร้าน ที่ว่าเป็นที่ชื่นชอบของคนรักเครื่องในและหมูกรอบ
8. ข้าวผัดปู : อาหารจีนชนิดอื่นๆ ทั้งกระเพาะปลา รังนก กระทั่งหูฉลามทั้งหมดราคาย่อมเยาและรสชาติสมเป็นอาหารจีนแท้ๆ โดยไม่ต้องขึ้นเหลา มีผัดหมี่หยังโจวกับข้าว ผัดปูเป็นเมนูหลัก ร้านเปิดขายประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป ที่ห้าแยก ณ ระนอง ตรงข้ามสโมสรการท่าเรือ
9. ก๋วยเตี๋ยวหลอดเยาวราช : ร้านแรกเป็นรถเข็นอยู่ต้นถนนเยาวราชฝั่งขวา ก่อนแยกเข้าถนนผดุงด้าวสังเกตได้จากปริมาณคลื่นคนที่อออยู่หน้าร้าน ลูกค้าบอกว่ามีดีที่เครื่องเยอะและรสชาติเข้มข้นหรือถ้าอยากชิมก๋วยเตี๋ยวหลอดแบบที่ยังคงความเป็นหลอดไว้ ก็ต้องเดินเลยมาอีกนิด อยู่ ฝั่งซ้ายมือ ปากซอยที่มีร้าน 7-11 อยู่ด้านใน เด็ด..เช่นกัน
10. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใสศรีย่าน : ตู้ใส่เส้นและลูกชิ้นค่อนข้างเก่าเนื่องจากทำมาหลายสิบปี แต่ก็ยังคงความอร่อยของลูกชิ้นไว้เช่นเดิม อยู่บริเวณตลาดศรีย่าน
11. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเด้งได้ : เป็นร้านพี่น้องอยู่ใกล้ๆ กันบริเวณท่าน้ำราชวงศ์ กระซิบว่าเจ้าของร้านไม่ค่อยอยากให้ลง แต่เพราะความอร่อยของลูกชิ้นและเส้นที่เหนียวนุ่ม เราจึงจำเป็นต้องแนะนำใครจะแวะไปชิม กรุณาอย่าบอกว่าอ่านเจอจากที่นี่..ขอบคุณครับ
12. หมี่กรอบจีนหลี สมัย ร.5 : เรื่องมีอยู่ว่า คุณทวดของเจ้าของร้านอพยพมาจากเมืองจีนมาทำหมี่กรอบ ขายอยู่บริเวณท่าน้ำตลาดพลู ซึ่งเป็น ย่านที่มีขุนนางอาศัยอยู่เยอะ วันหนึ่งพระพุทธเจ้าหลวงปลอมพระองค์เสด็จฯ ตรวจราชการ แล้วทรงได้กลิ่นหมี่ใกล้สุก เมื่อเสด็จฯ ครั้งต่อๆ มา จึงแวะเสวย และมีพระราชดำรัสให้ไปผัดในวัง ปัจจุบันหมี่กรอบจีนหลียังตั้งอยู่ที่เดิม ขายสิบโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม
13. ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย สมทรงโภชนา : เจ้าของสูตรซึ่งเป็นชาวสวรรคโลกแท้ๆ เพิ่มเสียชีวิตได้ไม่นาน พี่วรรณลูกสาว จึงรับหน้าที่ปรุงรสก๋วยเตี๋ยวให้ได้ครบรส เดิมตั้งอยู่ในซอยวัดสังเวช ถนนท่าพระอาทิตย์ เดี๋ยวนี้ขยับขยายขึ้นไปอยู่บนศูนย์อาหารเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว
14. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาโบราณ จันทบุรี : ร้านตั้งอยู่เลยวัดตรีทศเทพ เลี้ยวซ้ายไปเล็กน้อย เป็นลูกชิ้นปลาทำเองจากเจ้าของร้าน กิตติศัพท์เรื่อง รสชาติมีมาก พอๆ กับการไม่ง้อลูกค้าคนเรื่องมากต้องระวังจะถูกเชิ­ญให้ไปรับประทานร้านอื่น
15. ก๋วยเตี๋ยวไหหลำ : แปลกกว่าก๋วยเตี๋ยวธรรมดาตรงเส้นที่คล้ายเส้นเกี้ยมอี๋ แต่ยาวกว่า ใส่ผักกาดดองตามสูตรไหหลำ เนื้อหมูและวัวเลือกมา อย่างดี อยู่ตรงสะพานขาว ถนนลูกหลวง ใกล้โรงหนังแอมบาสเดอร์เก่า
16. เย็นตาโฟวัดแขก ถนนสีลม : ใครเคยไปบริเวณวัดแขก จะเห็นว่าทุกร้านล้วนขึ้นป้ายว่าเย็นตาโฟวัดแขกเจ้าเก่า แนะนำได้เพียงว่า ร้านดั้ง เดิมคือร้านที่อยู่ใกล้กับวัดแขกมากที่สุด แต่เรื่องรสชาติต้องลองชิมดูเองว่าร้านไหนจะถูกปากใครมากกว่าจานเด่นจานเด็ด”
17. ไก่ย่างแม่วันเพ็­ : ไก่ย่างและไก่ย่างทอดร้อนๆ ทอดจนกรอบ แล้วโรยเครื่องเทศให้หอม เข้าได้ทั้งจากซอยอาภาภิรมย์ ข้างกรมการค้าส่ง ออกถนนรัชโยธิน หรือจากซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าวก็ได้ ผู้ไม่คุ้นทางสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 0 1818 2608
18. กระเพาะปลาน้ำแดง : ใช้เวลาเตรียมแต่เช้ามืดเพื่อเปิดขายตอนประมาณสี่โมงเย็นถึงสี่ทุ่ม เพราะต้องเคี่ยวกระดูกไก่นาน 4 ชั่วโมง ผสมกับ เครื่องปรุงอย่างดี ทำให้ได้น้ำหอมหวาน แต่เดิมขายในรถ เดี๋ยวนี้กลายเป็นแผงอยู่หน้าที่จอดรถตลาดสวนหลวง ใกล้สนามกีฬาแห่งชาติ
19. อาหารไทย ร้านครัวอรรถรส ซอยเสือให­่อุทิศ :มีทั้งก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ส้มตำผลไม้ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ฯลฯ รวมไว้ในร้านเดียวกัน เจ้าของรวบรวมอาหารอร่อยจากที่ต่างๆ มาพัฒนารสชาติ ปรับส่วนที่เข้มข้นเกินไปให้อร่อยลงตัวไปอีกแบบ หาร้านไม่เจอโทรศัพท์ถามได้ที่ 0 2541 7043
20. ส้มตำจตุจักร : ฝั่งตรงข้ามตลาด อ.ต.ก. ผ่านซุ้มหนังสือเก่าเลี้ยวขวา จะเจอร้านส้มตำฝุ่นตลบ ซึ่งมีอาหารอีกหลายอย่างให้เลือก อาทิ ไก่ทอด หมูยอ ก๋วยจั๊บ­วน ที่อร่อยอาจเป็นเพราะรอนานจนหิวก็เป็นได้
21. ปลาหมึกย่างสยามสแควร์ : คุณป้าใช้ปลาหมึกสดๆ จิ้มน้ำจิ้มรสเด็ด ราคาอาจสูงไปนิด แต่ก็สมเหตุสมผลกับค่าทำเล และคุณภาพอาหารอยู่ในสยามสแควร์ ซอย 4
22. ไก่ทอด 7 กระทะ : ไก่ทอดจนกรอบเกรียม รวมกับกระเทียมเจียวร้อนๆ ทำให้มีลูกค้ามากมายมายืนรอ เมื่อไม่ทันใจจึงต้องใช้กระทะถึง 7 ใบ จากแยกรัชดา-สุทธิสาร มุ่งหน้าเข้าแยกที่จะลัดออกสู่ลาดพร้าวอยู่ทางซ้ายมือ
23. ไก่ทอดเจ๊กี : บางคนเรียกไก่ทอดโปโล เพราะตั้งอยู่ในซอยโปโล ตรงข้ามสวนลุมพินี เป็นร้านเก่าร้านแก่ตั้งแต่รุ่นเจ๊กี คือคุณแม่ คิดสูตรไก่ ทอดโรยกระเทียมเจียวหอม พร้อมอาหารประเภทส้มตำ น้ำตก เปิดบริการตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า มีบริการจัดส่งบริเวณใกล้เคียง โทรศัพท์สั่งได้ที่ 02655 8489
24. เป็ดย่างพูลสิน : เลยวัดตรีทศเทพมาเล็กน้อยเป็ดย่างสุกกำลังเหมาะจนหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว
25. ห่านพะโล้ฉั่วคิมเฮง : ตรงมาจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ข้ามแยกคลองตันมาถนนพัฒนาการ จะเห็นร้านให­่ซ้ายมือ ร้านดั้งเดิมปัจจุบันยัง อยู่ท่าดินแดง ชื่อฉั่วกิมฮวด เก่าแก่ จนได้รับฉายาว่าเป็นห่านสามชั่วคน
26. ไก่ย่างจิรพันธ์ : ร้านขายอาหารอิสลามล้วนๆนอกจากไก่ย่างยังมีเนื้อสะเต๊ะ ข้าวหมกไก่ แถมด้วย ข้าวหมกแพะ จากถนนรามคำแหงเลี้ยว ซ้ายที่แยกพระราม 9 มุ่งหน้าไป ทางมอเตอร์เวย์ จะอยู่ทางซ้ายมือ เลยปั๊มเชลล์ไปประมาณ 500 เมตร
27. เนื้อย่างเกาหลี สูตรบึงพลา­ชัย : ต้นตำรับดั้งเดิมขายอยู่ใกล้ๆบึงพลา­ชัย จังหวัดร้อยเอ็ดคุณนิภานำสูตรมาตั้งร้านที่หมู่บ้าน ต.รวมโชค ซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปรอบๆหม้อย่างสามารถทานได้เลย เพราะผ่านการปรุงมาแล้ว
28. สะอาด : ขายเสต๊กที่ผ่านการดัดแปลงรสชาติให้เข้ากับคอคนจีนได้เป็นอย่างดี ในร้านยังมีก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส เป็นเมนูเด็ดประจำร้าน อยู่ บนถนนอิสรภาพ ใกล้สี่แยกบ้านแขก
29. ห่านพะโล้สะพานเหลือง : ผ่านการต้มมาอย่างดีจนเนื้อไม่เหนียวและไม่คาวเหมือนห่านพะโล้ทั่วๆ ไป อยู่ย่านสะพานเหลือง ริมถนนพระราม 4 ถ้ามุ่งหน้าหัวลำโพงจะอยู่ ด้านซ้ายมือ ก่อนถึงแยกบรรทัดทอง “อาหารว่างและของหวาน”
30. กาแฟโบราณเอี๊ยะแซ : โบราณสมชื่อ เพราะเปิดมาแล้วเจ็ดสิบกว่าปี ใช้เมล็ดกาแฟจากไร่ประจำ นำมาคั่วทำให้ได้รสกาแฟแท้ดั้งเดิม เปิด รับคนตื่นเช้าตั้งแต่ตีสี่ครึ่งไปจนถึงสี่ทุ่ม ที่ร้านบนถนนเยาวราช-พาดสาย ตรงข้ามเท็กซัสสุกี้ นอกจากนี้ยังหาดื่มได้ตามศูนย์อาหารทั่วกรุงเทพฯ และเซ็นเตอร์พ้อยท์ เอาใจคอกาแฟรุ่นใหม่
31. ขนมเบื้องวังเดิม : สังเกตเห็นได้ง่าย เนื่องจากมีขนาดให­่กว่าขนมเบื้องธรรมดา ใช้แป้งถั่วเขียวละเลงเป็นแผ่น เพราะหอมกว่าแป้งสาลีแล้ว เคลือบด้วยไข่ มีให้เลือกทั้งไส้หวาน และไส้เค็ม ชื่อวังเดิมเพราะร้านเก่าอยู่แถววังเดิม เดี๋ยวนี้อยู่ลานอาหารไทย ดิโอลด์สยามพลาซ่า
32. ไอศกรีมทิพรส : ไอศกรีมกะทิหลากชนิด มีให้เลือกทั้งกะทิโบราณ กะทิรวมมิตรและกะทิทรงเครื่อง มีบริการแพ็คกลับบ้านได้ ราคาไม่แพง อยู่บริเวณสี่แยกเตาปูน มุ่งหน้าไปทางตลาดเตาปูน
33. ร้านขนมไทยหวานดำรงค์ : ร้านปัจจุบันเปิดมาตั้งแต่ปี 2508 ได้มรดกทางฝีมือการทำขนมมาจากคุณแม่ ซึ่งเจ้าของร้านถ่อมตัวว่าไม่ได้มา จากวังไหน แต่คุณห­ิงหลายๆ ท่านก็มาสั่งทำขนมชั้นขนาดใญ่­่ ตะโก้และขนมเปียกปูน อยู่เสมอๆ ร้านเปิดเจ็ดโมงเช้า ถึงหนึ่งทุ่ม หยุดวัน อาทิตย์ อยู่ในตลาดเจริ­ผล ใกล้สี่แยกเจริญ­ผล หรือจะโทรศัพท์สั่งก็ย่อมได้ ที่ 0 215 2345
34. ถั่วแปบ ซอยละลายทรัพย์ : เดิมขายสาคูและข้าวเกรียบปากหม้อ แล้วมาทำถั่วแปบเสริม แต่ด้วยความที่ถั่วแปบเจ้านี้แป้งนิ่มกำลังดี ลูกค้า หันมาซื้อกันมากจนทำไม่ทัน จึงต้องหันมาขายเฉพาะถั่วแปบเป็นหลัก ที่ซอยละลายทรัพย์ ถนนสีลม
35. ปอเปี๊ยะ/ มะตะบะ ท่าพระจันทร์ : กรรมวิธีการทอดต่างจากร้านอื่น ตรงทอดแป้งเป็นแผ่นบาง โรยด้วยไส้ นำมาซ้อนกัน 3 ชั้น ห่อด้วยแป้ง แล้วจึงทอดอีกครั้ง วิธีนี้จะทำให้มีความกรอบและนุ่มพอดิบพอดี ร้านใกล้ๆกันขายปอเปี้ยะทอดที่ใส่เครื่องกุ้งและหมูสับเต็มๆ คำ รสดีด้วย เครื่องเทศและความกรอบใหม่
36. โรตีกรอบ หน้าเพาะช่าง : พัฒนามาจากโรตีแผ่นกลมธรรมดา มาเป็นโรตีแผ่นสี่เหลี่ยมทอดจนกรอบ ใส่กล่องหรือใส่จาน แนะนำให้ทาน >ร้อนๆ จะอร่อยเป็นทวีคูณ
37. เซ็งซิมอี๊ : อี๊ หมายถึงแป้งที่ปั้นเป็นรูปร่างต่างๆ ส่วนเซ็งซิม หมายถึงชื่นใจ เซ็งซิมอี๊ ร้านที่ว่าเป็นร้านสะท้านโลกันต์ อยู่บริเวณตลาดสวน หลวงเช่นกัน ขายช่วงเย็นๆ ไปจนค่อนคืน
38. ลอดช่องสิงคโปร์ : ชื่อร้านประโยชน์ อยู่ระหว่างสามแยกกับวงเวียน 22 เป็นร้านเล็กๆ แต่รสชาติไม่เล็กเหมือนร้าน
39. ไอศกรีมไข่แข็ง : โดยการใส่ไข่แดงล้วนๆ ลงในไอศกรีมกะทิ ความเย็นจะกลบกลิ่นคาว กลายเป็นรสชาติหอมมันแทน ร้านอยู่ถัดจากเซ็งซิมอี๊ที่ตลาดสวนหลวงไปประมาณ 2-3 ห้อง
40. ซ่าหริ่มชูถิ่น : บอกชื่อไป ไม่มีใครไม่รู้จัก ขายทั้งซ่าหริ่มและขนมไทยอีกหลายชนิด คนชอบทำขนมหลายคนดีอกดีใจที่ร้านนี้มีแป้งทำขนมขาย พร้อมวิธีทำบอกเสร็จสรรพ แต่จริงๆแล้วร้านเขาขายแป้งมาแต่เดิมต่างหาก
41. มนต์ นมสด : ชื่อร้านคือชื่อเจ้าของร้าน คุณมนต์ช่วยคุณพ่อทำร้านนม-กาแฟ มาตั้งแต่ 10 ขวบ เริ่มตั้งแต่เป็นรถเข็น ย้ายที่แล้วที่เล่าจนมา ได้ที่ปัจจุบันอยู่ตรงข้ามศาลาว่า การกรุงเทพฯ เปิดขายตั้งแต่ 14.00น. – 24.00น. เน้นความซื่อสัตย์ที่ขนมปังสังขยาสดใหม่ทุกวัน และไม่ใส่ สารกันบูด
42. ราดหน้า 4 สี : คือสีของเส้น รวมกับสีน้ำตาลของหมูหมัก สีเหลืองของไข่ดาวและสีน้ำตาลเข้มของหมูแฮม ซึ่งจริงๆ แล้วคือหมูทอดกระเทียม แต่ลูกค้าเห็นว่าอยู่คู่กับไข่ดาว ก็เลยพากันเรียกหมูแฮมจนติดปาก ร้านชิ้งกี่ เคยมีโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ รวมทั้งคนให­่ญ่คนโตหลายๆ ท่านมาแล้ว อยู่ใกล้สวนรมณีย์นาถ ถัดจากซอยร้านหวายนายเหมือนไปหนึ่งซอย
43. ผัดไทยสำรา­ราษฎร์ : ผัดไทยร้านนี้เป็นผัดไทยกุ้งสดเจ้าแรกของเมืองไทย ตั้งอยู่ตรงข้ามประตูผัดวัดสระเกศ ใกล้ๆกันมีผัดไทยทิพย์ สมัยให้เลือกชิมได้อีกที่ ในบริเวณเดียวกันจะมีอาหารอร่อยหลายร้าน แต่ขอให้ระวังสอบถามราคาก่อน เพราะอาหารบางร้านก็ราคาแพงอย่าง ไม่น่าเชื่อ
44. เย็นตาโฟประตูผี : เลยร้านผัดไทยมาจะเห็นร้านตี๋เย็นตาโฟ อยู่ตรงหัวมุมแยกสำรา­ราษฎร์ ตั้งโต๊ะขายช่วงกลางคืนเต็มพื้นที่ และคนก็ มากพอๆกับจำนวนโต๊ะ สอบถามได้ความว่าลูกชิ้นมีหลากหลาย และน้ำซุปก็อร่อยเกินหน้าเกินตาเย็นตาโฟร้านอื่น
45. ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ : ร้านที่แนะนำนี้ทำทั้งก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ และก๋วยเตี๋ยวอบไก่ สูตรแรกจะคั่วเส้นกับไข่จนหอมแห้ง อีกสูตรใส่ไข่แล้วปิดฝาหม้อ ให้กลิ่นอบอยู่ข้างใน อยู่ซอยตรงข้ามโรงพยาบาลกลาง
46. ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเล : ร้านนี้ขายทั้งคั่วทะเลและคั่วไก่ แต่ที่ขึ้นชื่อจะเป็นคั่วทะเล เพราะใส่ทั้งกุ้งและปลาหมึกให้ด้วย อยู่ในซอยข้างตลาด วรจักร หาไม่ยาก แต่ทางวังเวงเล็กน้อย สาวๆ อยากลองควรหาใครไปเป็นเพื่อนสักคนสองคน
47. ข้าวมันไก่เจ๊ยี : ตรงข้ามวัดสระเกศ ขึ้นชื่อเรื่องข้าวมันแสนนุ่ม และไก่ต้มยุ่ยกำลังดี ขายช่วงสายๆ จนถึงกลางวัน ต้องรีบไปเช่นกัน เพราะ ช้าหมดจะอดชิม
48. ข้าวต้มปลา 5 แยก : บริเวณ 5 แยกพลับพลาไชย ความอร่อยอยู่ที่ความสดของเนื้อปลากะพง ปลาหมึก กุ้ง และหอยนางรมตัวโต เมื่อปรุงกับข้าวต้มร้อนๆ น้ำจะออกมาจากตัวเนื้อ ทำให้ข้าวต้มหอมและหวาน
49. ก๋วยเตี๋ยวหลอด : ก๋วยเตี๋ยวหลอดในซอยข้างสถานีตำรวจพลับพลาไชย ก็มีข้อดีที่เส้นนุ่มกำลังดี ไม่เหนียวเกินไป ไม่เละเกินไป และไม่มันเกินไป ทานอร่อยได้ไม่แพ้ ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง
50. ก๋วยจั๊บเผ็ด : เนื่องจากตำเม็ดพริกไทยใส่ลงไปตอนทำน้ำต้มกระดูก แถมโรยพริกไทยในชามอีกครั้ง เพื่อให้รสชาติเข้มข้นถึงใจ มีสาขา อีกร้านเป็น­าติกัน เปิดร้านให­่อยู่ตลาดเยาวราช แต่ความเข้มข้นอาจจะไม่เท่าเพราะที่นี่อาซิ่มท้าว่า คนเป็นหวัดมากิน. หวัดหายกันมาแล้ว ทุกราย ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยโรงเลี้ยงเด็ก แต่เจ้าของบอกว่าอยู่ในซอยนาคบำรุงต่างหาก ตัวเนื้อ >ทำให้ข้าวต้มหอมและหวาน